
Free Float หุ้นไทย สำคัญอย่างไร ทำไมนักลงทุนต้องรู้?
เวลาเราเลือกหุ้น นอกจากจะดูเรื่องกำไร การเติบโต และมูลค่าทางการเงินแล้ว อีกหนึ่งปัจจัยที่ตลาดหลักทรัพย์ฯ ให้ความสำคัญมากคือ Free Float หรือที่ภาษาไทยเรียกว่า “สัดส่วนผู้ถือหุ้นรายย่อย”
Free Float คือ สัดส่วนหุ้นที่อยู่ในมือผู้ถือหุ้น “รายย่อย” ซึ่งสามารถซื้อ–ขายหมุนเวียนในตลาดได้จริง
ไม่รวมหุ้นที่ผู้ถือใหญ่หรือผู้บริหารถือครองแล้วไม่ขายออกมา
สูตรคำนวณ Free Float
Free Float (%) = (จำนวนหุ้นที่ผู้ถือรายย่อยถือครอง ÷ จำนวนหุ้นทั้งหมด) × 100
ตัวอย่าง
บริษัท A มีหุ้นทั้งหมด 100 ล้านหุ้น
- ผู้ถือหุ้นใหญ่ถืออยู่ 60 ล้านหุ้น
- หุ้นที่เหลือในมือรายย่อย = 40 ล้านหุ้น
ดังนั้น Free Float = (40 ÷ 100) × 100 = 40%
ทำไม Free Float ถึงสำคัญ?
- สะท้อนสภาพคล่องหุ้น
Free Float สูง → หุ้นซื้อขายง่าย ไม่ผันผวนเกินไป
Free Float ต่ำ → หุ้นอาจขยับแรง เพราะมีหุ้นหมุนเวียนในตลาดน้อย
- มาตรฐานการจดทะเบียน
ตลาดหลักทรัพย์กำหนดว่า หุ้นจดทะเบียนต้องมี Free Float ไม่น้อยกว่า 15% ของทุนชำระแล้ว และต้องมีผู้ถือหุ้นรายย่อยอย่างน้อย 150 รายขึ้นไป
- มีผลต่อการเข้าดัชนี SET50 / SET100
หุ้นที่ Free Float ต่ำเกินไป อาจถูกตัดสิทธิ์ออกจากการคำนวณดัชนี


Free Float เป็น “ตัวชี้วัดความน่าเชื่อถือและสภาพคล่องของหุ้น” ที่นักลงทุนควรรู้ก่อนตัดสินใจลงทุน หากหุ้นมี Free Float ต่ำเกินไป อาจเสี่ยงต่อการผันผวนและถูกควบคุมราคาได้ง่าย ขณะที่หุ้นที่มี Free Float สูงและกระจายตัวดี มักมีความมั่นคงและซื้อขายได้คล่องกว่า อย่างไรก็ตามนักลงทุนควรใช้ปัจจัยอื่นมาประกอบด้วยในการตัดสินใจลงทุน
เช็ก Free Float ง่ายๆ ได้ฟรี คลิกที่นี่ → https://www.fnsyrus.com/shorturl/TRAINER01