skip to Main Content
ลงทุน มีใครไม่เคยดอย?
เลยอยากชวนมาตามไอเดียเด็ด สกัดดอย จาก
3 บล็อกเกอร์หนุ่มสุดฮอต
และ “ของดี” ที่ซ่อนอยู่ใน “แอปลงทุนแห่งปี”

3 บล็อกเกอร์ 3 สไตล์ลงทุน และ “Finansia HERO”

         ถอดแนวคิดการลงทุนของ 3 บล็อกเกอร์ชื่อดัง ที่ได้จากงานเสวนา “สร้างกลยุทธ์ลงทุนอย่างเซียน เจาะเทคนิคการคว้ากำไร” ด้วยสไตล์การเทรดและการลงทุนในแบบฉบับของตัวเอง รวมทั้งเผยถึงประสบการณ์การทดลองใช้ “Finansia HERO” ที่ดูน่าประทับใจเกินคาด
        
กล่าวเปิดงานโดย คุณช่วงชัย นะวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้อำนวยการ บริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด (มหาชน) คุณช่วงชัยพูดถึง ระบบ AI หรือ Artificial Intelligence ว่าเข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันของเรามากขึ้นเรื่อยๆ รวมทั้งในแวดวงตลาดหุ้น ซึ่งมีบทบาทมากขึ้นมาตั้งแต่ปลายปี 2017 ก่อนมาในปีที่แล้วหรือปี 2018 ที่เห็นการใช้อย่างเต็มที่ โดยปัจจุบันคาดว่ามีสัดส่วนการซื้อขายประเภทนี้ในตลาดหุ้นไทยแล้วกว่า 20%

Artificial Intelligence

         ระบบที่เรียกว่า “Algo trade” (ระบบกึ่ง AI) ถูกนำมาใช้ในประเทศรอบๆ บ้านเรา โดยการทำงานจะส่งคำสั่งซื้อขายตรงมาที่ตลาดหลักทรัพย์ของไทย ด้วยเซิร์ฟเวอร์ที่ใช้ชิพประมวลผลตัวละกว่า 10 ล้าน มีประสิทธิภาพสูง สามารถยิงคำสั่งซื้อได้ทีละมากๆ ภายในเสี้ยววินาที หรือราว 10 คำสั่งต่อหุ้นภายในวินาทีเดียว และยังทำพร้อมกันในหุ้นเป็นสิบตัว โดยมีฐานข้อมูลหรือสถิติตลาดหุ้นไทยย้อนหลัง เพื่อตรวจสอบดูพฤติกรรมการซื้อขายของนักลงทุนในไทยที่ผ่านมา
         ด้วยโครงสร้างการซื้อขายในตลาดหุ้นที่เปลี่ยนแปลงไปนี้ คุณช่วงชัยบอกว่านักลงทุนจึงควรมี “เครื่องมือ” ที่เข้ามาช่วยไม่ให้เสียโอกาสทางการลงทุน แต่ต้องง่าย และไม่ซับซ้อน
         จากการสำรวจตลาดหุ้นในประเทศที่พัฒนาแล้ว… ที่นักลงทุนรายย่อยมีความแข็งแกร่ง อย่างที่เกาหลี พบว่าทุกโบรกเกอร์ ต่างพัฒนาแอปพลิเคชันสำหรับการเทรดของตัวเอง แข่งกันว่าแอปของใครจะฉลาดกว่า และให้ผลดีที่สุดแก่นักลงทุน นี่จึงเป็นที่มาของการพัฒนา “Finansia HERO” แอปพลิเคชันที่ถูก พัฒนาต่อยอดมาจาก แอปของ โบรกเกอร์อันดับหนึ่งของเกาหลี
         ด้วยความตั้งใจในการพัฒนาให้เข้ามาแก้ “Pain point” และให้เข้ากับสไตล์ของนักลงทุนไทยโดยเฉพาะแอปนี้จะเป็นเครื่องมือที่มี ครบ จบในที่เดียว ทั้ง Scanner และระบบเทรดที่ถูกรวมเข้าด้วยกัน เพราะมองว่า “เสี้ยววินาที มีความสำคัญ”

         คุณช่วงชัย ทิ้งท้ายไว้ให้นักลงทุนคิดต่อว่า “Algo Trade” นั้น แม้จะดีแค่ไหนก็ตาม แต่สุดท้ายแล้วก็ยังต้องขึ้นอยู่กับ “Input” ที่ใส่เข้าไปโดยมนุษย์อยู่ดี โดยเฉพาะถ้านักลงทุนมี “อาวุธ” ที่พร้อมจะสู้ได้ เปรียบเหมือนอย่างภาพยนตร์ “Terminator” ทั้ง 4 ภาค ที่มนุษย์เป็นฝ่ายกำชัยชนะ

พบกับ 3 บล็อกเกอร์การลงทุนชื่อดัง

คุณแบงก์ ชยนนท์ รักกาญจนันท์ เจ้าของเพจ “Sinthorn” หรือ Mr.Messenger

         คุณแบงก์เล่าถึงประสบการณ์การลงทุน 15 ปี จากพื้นฐานที่มาจากสาย Macroeconomics การจัดพอร์ต หรือทำ Asset Allocation และการเป็นที่ปรึกษาการลงทุน

เป็นเพราะชอบใช้ “Algo Trade” เขาจึงให้ความสำคัญกับ Indicators หรือสูตรการเทรดต่างๆ มากที่สุด แต่จะใช้เวลาในการมองตลาดหุ้นให้น้อยที่สุด เพื่อจะได้มีเวลาให้กับครอบครัว การงาน และไลฟ์สไตล์

คุณแบงก์บอกว่า ในช่วงที่ว่างๆ จะนั่งดูคลิป Opp day (งานบริษัทจดทะเบียนพบผู้ลงทุน หรือ Opportunity day) เพราะบางทีการเจอ “หุ้นที่ใช่” อาจไม่ได้เจอตอน “หุ้นวิ่ง” แต่กลับไปถูกจริตกับ “ผู้บริหาร” ที่มีวิสัยทัศน์ดี ทำธุรกิจเติบโต ซึ่งเมื่อนำมาประกอบกับข้อมูลข่าวสารต่างๆ แล้วพบว่าเป็นหุ้นที่น่าสนใจ ก็จะเก็บไว้ในลิสต์หุ้น Favorites

สำหรับการแบ่งเวลา คุณแบงก์บอกว่า.. เรามีเวลา 24 ชั่วโมง ในแต่ละวัน  ให้เก็บ 8 ชั่วโมงไว้นอน ใช้ 8 ชั่วโมงสำหรับทำงานและอีก 8 ชั่วโมงเพื่อทำสิ่งต่างๆ เขาแนะว่า ถ้าเป็นนักลงทุน ก็ ควรแบ่งเวลาในส่วนสุดท้ายมาศึกษาหาหุ้นใหม่ๆ เพราะการให้เวลากับสิ่งไหนมากขึ้น จะทำให้เราเก่งและเชี่ยวชาญในสิ่งนั้น
         เขาพูดถึงขั้นตอนที่สำคัญของการลงทุน นั่นคือ การตั้งเป้าหมายการลงทุน เช่น การจะเพิ่มเงินจาก 1 ล้าน เป็น 10 ล้าน ภายในระยะเวลาที่กำหนด ซึ่งนี่จะเป็นตัวบอกว่าจะต้องลงทุนอย่างไร
         คุณแบงก์บอกว่า “Finansia HERO” เข้ามาช่วยตอบโจทย์นี้ได้ พร้อมยกตัวอย่างฟังก์ชัน “Back Test” ที่ช่วยเขาทดสอบเพื่อเลือกวิธีการลงทุนหรือเลือกหุ้น
         ข้อดีของแอปลงทุนนี้ คือ การช่วยเราทำการบ้านเรื่องหุ้น การหาจังหวะและตั้งเวลาซื้อขาย ทำให้มีเวลาไปทำงานหรือภารกิจอย่างอื่น เฝ้าจอดูตลาดน้อยลง เหมือนมีเลขาส่วนตัว
          เขาแนะว่านักลงทุนไม่ควร “โทษตลาด” โทษว่าหุ้นในพอร์ตไม่ดี เป็นเพราะตลาดไม่ดี เพราะจริงๆ แล้วอย่างสถานการณ์ในปีนี้ที่ตลาดไม่ดี แต่ก็มีหุ้นหลายตัวที่ให้ผลตอบแทนสูง นั่นแสดงว่า เราควรต้องโทษตัวเอง โทษที่ทำการบ้านมาไม่ดี

คุณพีร์ บุญชนะวิวัฒน์ เจ้าของเพจ “Wizard Kid Trader”

         เขาเล่าถึงประสบการณ์การลงทุน 11 ปีในตลาดหุ้น ในสไตล์ที่แตกต่างจากคุณแบงก์ คือ จะใช้เวลาไปกับการ “เฝ้าตลาด” มากที่สุด เพราะเนื่องจากเป็นสายเก็งกำไร
         จากพื้นฐานสายอาชีพที่เป็นมาร์เก็ตติ้ง ก่อนมาเป็น Prop Trade (Proprietary Trading หรือมือเทรดของโบรกเกอร์) ก่อนมาเป็นนักลงทุนอิสระ สไตล์การลงทุนของเขามาตกผลึกที่เป็นการเก็งกำไร แต่อิงพื้นฐาน หรือการใช้ Technical ผสม Fundamental บ้าง เพื่อให้การเลือกหุ้นมีความแม่นยำมากขึ้น
         โดยสรุปคือเป็นนักลงทุนสายกราฟ หรือใช้กราฟเป็นตัวกรอง
         เรื่องการแบ่งเวลา คุณพีร์บอกว่าเพราะตัวเองเป็นเทรดเดอร์ ส่วนใหญ่จึงเฝ้าจอเทรด ส่วนคำแนะนำในการลงทุน คุณพีร์พูดเหมือนคุณแบงก์ว่า ควรแบ่งเวลามาให้กับการดูหุ้น แทนที่จะไปดูละครน้ำเน่าหรือเรื่องไร้สาระ เพราะหุ้นไม่ใช่เรื่องเล่นๆ หากจะเล่นก็ไม่ควรมาลงทุน พร้อมย้ำว่าตลาดนี้มีแต่คนจริงจังเยอะมาก ตลาดไม่มีคำว่าปรานี และอาจจะหมดตัว ถ้าไม่ใส่ใจมากพอ
         จากการทดลองใช้ “Finansia HERO” คุณพีร์ บอกว่าที่ชอบที่สุดคือการทำเป็น Multi windows ซึ่งสามารถแก้ pain point จากการที่เคยต้องเปิดปิดหลายๆ window มาเป็นเพียงจำแค่ชื่อ Screen หลัก ที่ประกอบด้วย Screen ย่อย ที่ได้ใส่หลายไอเดียไว้ นอกจากนั้น ยังสามารถใช้เพียง Username เดียว แต่ไปเปิดบนคอมพิวเตอร์เครื่องอื่น หรือจะใช้บนโมบายล์ก็ได้ ซึ่งจะยังมีผลการใช้งานต่างๆ ปรากฏขึ้น เหมือนที่เคยทำไว้บนคอมพิวเตอร์เครื่องก่อน
         ประโยชน์ที่สำคัญอีกข้อ ของ “Finansia HERO” คือ Real-Time Search นั่นคือ ตอนตลาดหุ้นเปิด ก็จะสามารถ Screen หุ้นได้แบบ real time ตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ และสามารถซื้อขายได้ทันที ซึ่งเรื่องนี้ในอีกด้านหนึ่งยังสามารถสร้างวินัยในการลงทุนได้ด้วย

คุณพีร์ มองว่าการเลือกหุ้นมีอะไรที่มากกว่า Indicators แต่แอป “Finansia HERO” ได้เข้ามาช่วยหาอะไรที่เรามองไม่เห็น ผ่านฟีเจอร์อย่างเช่น การกรองหุ้นตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ หรือการเช็คหุ้นผ่าน Volume by Price ซึ่งสามารถช่วยนักลงทุนได้เยอะมาก

คุณอิก บรรพต ธนาเพิ่มสุข เจ้าของเพจ “ถามอีกกับอิก เรื่องลงทุน”

คุณอิกมีประสบการณ์การลงทุน 10 ปี แต่ยอมรับว่าเพิ่งจะมารู้สไตล์การลงทุนของตัวเองประมาณ 5 ปีนี้เอง หลังผ่านการเรียนรู้มาจากการลองผิดลองถูก ก่อนมาเป็นการใช้พื้นฐาน ผสมกับ Technical

คุณอิก บอกว่าถ้าถือหุ้นพื้นฐานดี เราจะเห็นประโยชน์ตอนช่วงที่ตลาดหุ้นลง เพราะหุ้นดี ราคาจะร่วงลงน้อย

สำหรับสไตล์การเลือกหุ้น เขาจะดูที่ตัวผู้บริหารเป็นอันดับหนึ่ง เพราะเชื่อว่าการมองหาหุ้น ต้องมองให้ลึกไปถึงทัศนคติของผู้บริหาร ซึ่งเป็นเรื่องที่สำคัญมาก และต้องมองให้เจอ ว่าคนไหนที่พร้อมจะเปลี่ยน

คุณอิกแนะนำว่า นักลงทุนต้องมีนิสัย “ช่างสงสัย” เช่น ทำไมหุ้นดี แต่ราคาไม่ไป? และการรับข่าวสารก็ต้องดูด้วยว่าใครเป็นผู้ให้ข่าว? และมีส่วนได้ส่วนเสียกับหุ้นนั้นๆ อย่างไร?

การแกะงบการเงิน ก็ยังเป็นอีกหนึ่งสิ่งสำคัญ เพราะ “bottom line” หรือกำไรในแต่ละงวดไตรมาส แต่ละปี อาจไม่ใช่คำตอบสุดท้าย เพราะอาจมาจากกำไรพิเศษ ปัจจัยเฉพาะด้านอื่นๆ นอกเหนือจากธุรกิจหลัก หรืออาจเป็นเพียงข่าวดีที่เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียวเท่านั้น

         คุณอิกเล่าให้ฟังว่าเขาแบ่งพอร์ตหุ้นเป็น 2 พอร์ต พอร์ตแรกสำหรับหุ้นพื้นฐาน ส่วนอีกพอร์ตไว้สำหรับหุ้นเก็งกำไร ซึ่งการใช้ Finansia HERO สามารถช่วยได้มาก โดยเฉพาะความรวดเร็วในการส่งคำสั่งซื้อขาย พร้อมกับยกตัวอย่างกรณีพอร์ตหุ้นเก็งกำไรไม่เป็นไปตามเป้า แล้วต้องการ “ขายล้างพอร์ต” ซึ่งทำได้รวดเร็วมาก

ฟีเจอร์ไหนของ “Finansia HERO” ตอบโจทย์ 3 บล็อกเกอร์ดัง ?

คุณแบงก์ Mr.Messenger #SinThorn

ชอบ Back Test ที่ช่วยดูสถิติ ดูหุ้นที่เราลงทุนไปในแต่ละไม้ ดู “Risk-Reward Ratio” และเชื่อว่าการลงทุน “ไม่มีใคร ไม่เคยดอย”

คุณพีร์ #WizardKidTrader

– สามารถสร้าง “Multi Window” ตอบโจทย์สายเทรดที่ไม่อยากพลาดข้อมูลสำคัญสักวินาที

– การล็อกอินด้วย user เดียวกัน ทำให้สามารถใช้งานได้อย่างต่อเนื่องไม่ว่าจะบนมือถือ หรือเดสก์ทอป รวมทั้งเรื่องการตั้งเตือนหุ้น

– การเลือกหุ้นตามไอเดียเทรดตนเองด้วย DIY (Do it by your self) และ “Real-Time Search” ตอนตลาดเปิด จะใช้เงื่อนไขที่กำหนดไว้ทันที และขึ้น Alert เมื่อเกิดขึ้นตามเงื่อนไข

คุณอิก #ถามอีกกับอิก เรื่องลงทุน

“Finansia HERO” ช่วยในการดูหุ้น ด้วยสูตรสำเร็จ ทั้งพื้นฐานและเทคนิคจากนักวิเคราะห์ พร้อม link กราฟ อัตโนมัติ และเพราะเป็นนักลงทุนต้องเป็นคนช่างสงสัย เช่น หุ้นดี แต่ทำไมราคาไม่ขึ้น?  หรือ กราฟสวยมาก แต่พื้นฐานนิ่ง มีอะไรที่เรายังไม่รู้?

Back To Top