ลงทุนต่างประเทศ ต้องรู้เรื่องภาษีอะไรบ้าง?
ลงทุนหุ้นต่างประเทศไม่ได้มีแค่เรื่อง ‘กำไร–ขาดทุน’ แต่ยังมีเรื่องภาษีที่นักลงทุนควรรู้ก่อนเริ่มลงทุน
สรุปง่าย ๆ มี 2 เรื่องหลัก
- ภาษีจากต่างประเทศ
- ภาษีที่ต้องยื่นกับกรมสรรพากรไทย
- ภาษีจากต่างประเทศ
| หัวข้อ | สหรัฐฯ | ฮ่องกง | เวียดนาม |
| ภาษีปันผลหัก ณ ที่จ่าย (Dividend Withholding Tax) |
|
| ไม่มี |
| ภาษีกำไรจากการขายหุ้น (Capital Gain Tax) |
|
| ไม่มี |
ลงทุนในหุ้นสหรัฐฯ แล้วได้รับเงินปันผล จะถูกหักภาษี ณ ที่จ่าย
- หากยื่น W-8BEN ซึ่งเป็นเอกสารที่ใช้ยืนยันว่าเราไม่ใช่คนสัญชาติอเมริกัน และสมัครบริษัท US Tax จะถูกหักภาษี ณ ที่จ่าย 15% หากไม่ยื่นจะถูกหักมากกว่านั้น
- กำไรจากการขายหุ้น ยังไม่มีการเก็บสำหรับนักลงทุนไทย
ตัวอย่าง
ได้เงินปันผล $1,000 จะถูกหักภาษี 15% = $150 รับจริง $850
ลงทุนหุ้นฮ่องกง
- หุ้นฮ่องกงส่วนใหญ่ “ไม่มีภาษีปันผล”
- แต่ถ้าเป็นหุ้นจีนบางบริษัทที่มาจดทะเบียนในฮ่องกง (H-Share) อาจถูกหัก 10%
- กำไรจากการขายหุ้นยัง ‘ไม่เสียภาษี’
ลงทุนหุ้นเวียดนาม
- ไม่มีภาษีปันผลสำหรับนักลงทุนไทย
- ไม่มี Capital Gain Tax
- ภาษีที่ต้องยื่นกับกรมสรรพากรไทย ใครบ้างที่ต้องนำรายได้ต่างประเทศมายื่นภาษีไทย?
บุคคลที่เข้าเงื่อนไขครบทั้ง 2 ข้อ
- อยู่ในประเทศไทยตั้งแต่ 180 วัน ในปีภาษี (1 ม.ค. – 31 ธ.ค.)
- มีรายได้จากต่างประเทศ และนำเงินกลับเข้ามาไทย เช่น
- เงินปันผลต่างประเทศ
- กำไรจากการลงทุน (Capital Gain) คิดเป็นต่อรายการ หากขาดทุนรายการใดไม่สามารถนำมาหักลบได้
- กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน
- รายได้อื่นจากต่างประเทศ
ปัจจุบัน หากนำเงินกลับเข้าไทย ‘ไม่ว่าปีไหน’ ก็ต้องนำมารวมคำนวณภาษี
ภาษีในไทยคิดอย่างไร? รายได้จากต่างประเทศ จะถูกนำไปรวมกับรายได้อื่น เช่น
o เงินเดือน
o ฟรีแลนซ์
o ธุรกิจส่วนตัว
จากนั้นคำนวณแบบ ‘อัตราก้าวหน้า’ หรือภาษีขั้นบันได ซึ่งภาษีบุคคลธรรมดาไทยอยู่ที่ 5% – 35%
ยิ่งรายได้รวมสูง….อัตราภาษีก็ยิ่งสูงขึ้นตาม
เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับภาษี?
o เงินปันผลต่างประเทศ อาจถูกหักภาษีจากประเทศต้นทางก่อน
o กำไรจากการลงทุนคิดเป็น ‘รายการ’ ขาดทุนบางรายการไม่สามารถนำมาหักลบกันได้



