Wave Tunnel คืออะไร? วิธีดูแนวโน้มหุ้นบน HeroM skip to Main Content

Wave Tunnel คืออะไร? วิธีดูแนวโน้มหุ้นบน HeroM

หุ้นพื้นฐานดีไม่ได้หมายความว่าจะซื้อได้ทุกจังหวะ เพราะแม้บริษัทจะมีผลประกอบการน่าสนใจ แต่หากราคาหุ้นยังอยู่ในแนวโน้มขาลง นักลงทุนก็อาจต้องรอการฟื้นตัวนานกว่าที่คาดไว้

Wave Tunnel คือเครื่องมือวิเคราะห์ทางเทคนิค (Technical Indicator) ที่ช่วยให้นักลงทุนมองเห็นแนวโน้มของราคาหุ้นผ่านชุดเส้นบนกราฟ เพื่อใช้ประกอบการประเมินว่าหุ้นกำลังอยู่ในช่วง ขาขึ้น (Uptrend), ขาลง (Downtrend) หรือพักตัว (Pullback)

บน HeroM จาก Finansia HERO นักลงทุนสามารถเปิดใช้งาน Wave Tunnel ผ่านเมนู Technical Chart เพื่อช่วยวิเคราะห์แนวโน้มราคาได้ทั้งหุ้นไทยและหุ้นต่างประเทศ โดยไม่จำเป็นต้องเพิ่มเส้นแต่ละเส้นด้วยตนเอง

Wave Tunnel คืออะไร? ทำงานอย่างไร?

Wave Tunnel เป็นอินดิเคเตอร์ที่นำชุดเส้นทางเทคนิคมาแสดงร่วมกับกราฟแท่งเทียน เพื่อช่วยให้นักลงทุนมองเห็นทิศทางของราคาในระยะสั้น–กลาง และแนวโน้มหลักได้ชัดเจนขึ้น

แนวคิดสำคัญคือ การดูแนวโน้มของหุ้นไม่ควรพิจารณาจากแท่งเทียนเพียงแท่งเดียว แต่ควรมองความสัมพันธ์ระหว่างราคากับชุดเส้นที่ใช้ติดตามแนวโน้ม

Wave Tunnel แบ่งออกเป็น 2 ส่วนหลัก ได้แก่

1. Wave Line — ช่วยดูแนวโน้มระยะสั้น–กลาง

เป็นชุดเส้นที่ใช้ติดตามทิศทางของราคา ช่วยให้นักลงทุนสังเกตว่าหุ้นยังเคลื่อนไหวตามแนวโน้มเดิม หรือเริ่มมีสัญญาณเปลี่ยนแปลง

2. Tunnel Line — ช่วยดูแนวโน้มหลัก

เป็นชุดเส้นที่ใช้ประกอบการประเมินทิศทางราคาในภาพกว้าง รวมถึงบริเวณแนวรับและแนวต้านแบบเคลื่อนที่

เมื่อใช้ทั้งสองส่วนร่วมกัน นักลงทุนสามารถประเมินได้ว่า การเคลื่อนไหวของราคาในระยะสั้นสอดคล้องกับแนวโน้มหลักหรือไม่ ซึ่งช่วยให้การวางแผนลงทุนมีกรอบการวิเคราะห์ที่ชัดเจนขึ้น

Wave Line และ Tunnel Line ต่างกันอย่างไร?

Wave Tunnel ประกอบด้วยเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่แบบเอ็กซ์โพเนนเชียล หรือ EMA (Exponential Moving Average) รวม 6 เส้น แบ่งเป็น Wave Line 3 เส้น และ Tunnel Line 3 เส้น

1. Wave Line: ชุดเส้นสำหรับดูแนวโน้มระยะสั้น–กลาง

Wave Line ประกอบด้วย EMA 34 จำนวน 3 เส้น โดยคำนวณจากข้อมูลราคาที่แตกต่างกัน ได้แก่

เส้นข้อมูลที่ใช้คำนวณ
Wave Line (H)34EMA 34 จากราคาสูงสุด (High)
Wave Line (C)34EMA 34 จากราคาปิด (Close)
Wave Line (L)34EMA 34 จากราคาต่ำสุด (Low)

เส้นทั้ง 3 เส้นจะสร้างเป็นกลุ่ม Wave เพื่อช่วยให้นักลงทุนดูทิศทางของราคาและติดตามบริเวณที่อาจทำหน้าที่เป็นแนวรับหรือแนวต้านแบบเคลื่อนที่

ตัวอย่างเช่น หากราคาหุ้นเคลื่อนไหวเหนือ Wave Line และกลุ่มเส้นมีทิศทางลาดขึ้น อาจสะท้อนว่าราคายังคงอยู่ในแนวโน้มขาขึ้น

2. Tunnel Line: ชุดเส้นสำหรับดูแนวโน้มหลัก

Tunnel Line ประกอบด้วยเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่อีก 3 เส้น โดยโครงสร้างที่อธิบายกันทั่วไปมีการใช้ EMA 15, EMA 144 และ EMA 169

ชุดเส้นนี้ใช้ประกอบการประเมินทิศทางราคาในภาพกว้าง และช่วยให้นักลงทุนสังเกตว่าราคายังเคลื่อนไหวสอดคล้องกับแนวโน้มหลักหรือไม่

ทั้งนี้ ค่าของ Tunnel Line อาจแตกต่างกันตามการตั้งค่าของอินดิเคเตอร์ จึงควรตรวจสอบค่าที่ใช้จริงใน HeroM ประกอบด้วย

วิธีดู Wave Tunnel เพื่อวิเคราะห์หุ้นขาขึ้น ขาลง และจังหวะพักตัว

การอ่าน Wave Tunnel สามารถเริ่มต้นจากการสังเกตตำแหน่งราคาหุ้นเมื่อเทียบกับ Wave Line และ Tunnel Line

1. หุ้นขาขึ้น (Uptrend)

ลักษณะที่สามารถใช้ประกอบการสังเกต ได้แก่

  • ราคาหุ้นเคลื่อนไหวเหนือกลุ่ม Wave Line
  • Wave Line มีทิศทางลาดขึ้น
  • Wave Line อยู่เหนือกลุ่ม Tunnel Line
  • Tunnel Line มีทิศทางลาดขึ้น

หากองค์ประกอบเหล่านี้เกิดขึ้นร่วมกัน อาจสะท้อนว่าราคาหุ้นอยู่ในแนวโน้มขาขึ้นทั้งระยะสั้นและภาพกว้าง

อย่างไรก็ตาม การที่ราคายืนเหนือ Wave Tunnel ไม่ได้หมายความว่าราคาจะปรับตัวขึ้นต่อเสมอไป นักลงทุนควรตรวจสอบโครงสร้างราคาและปัจจัยอื่นประกอบด้วย

2. หุ้นขาลง (Downtrend)

ลักษณะที่สามารถใช้ประกอบการสังเกต ได้แก่

  • ราคาหุ้นอยู่ต่ำกว่า Wave Line
  • Wave Line มีทิศทางลาดลง
  • Wave Line อยู่ต่ำกว่า Tunnel Line
  • Tunnel Line มีทิศทางลาดลง

ลักษณะดังกล่าวอาจสะท้อนว่าราคาหุ้นยังอยู่ในแนวโน้มขาลง

สำหรับนักลงทุนที่กำลังรอซื้อหุ้นหลังจากราคาปรับตัวลงมา Wave Tunnel สามารถใช้เป็นข้อมูลประกอบการติดตามว่าแนวโน้มเริ่มเปลี่ยนแปลงแล้วหรือยัง

3. หุ้นพักตัว (Pullback)

หุ้นที่อยู่ในแนวโน้มขาขึ้นไม่ได้ปรับตัวขึ้นตลอดเวลา แต่สามารถเกิดการย่อตัวระหว่างทางได้

Wave Tunnel สามารถช่วยให้นักลงทุนติดตามจังหวะพักตัว โดยเฉพาะเมื่อราคาย่อตัวลงมาใกล้กลุ่ม Wave Line ขณะที่แนวโน้มหลักยังคงเป็นขาขึ้น

สิ่งที่ควรสังเกตเพิ่มเติม ได้แก่

  • ราคาสามารถหยุดปรับตัวลงบริเวณ Wave Line ได้หรือไม่
  • มีแท่งเทียนกลับตัวหรือไม่
  • Volume สนับสนุนการฟื้นตัวหรือไม่
  • Tunnel Line ยังคงแสดงแนวโน้มขาขึ้นหรือไม่

การใช้ Wave Tunnel ในลักษณะนี้ช่วยให้เห็น บริเวณราคาที่ควรติดตาม แต่ไม่ได้หมายความว่าจะเป็นจุดซื้อที่เหมาะสมทุกครั้ง

Wave Tunnel ช่วยอะไรนักลงทุน?

ประโยชน์สำคัญของ Wave Tunnel คือช่วยให้การวิเคราะห์แนวโน้มราคามีกรอบที่ชัดเจนขึ้น

1. ช่วยดูทิศทางของราคาหุ้น

ใช้ Wave Line และ Tunnel Line ประกอบการประเมินว่าหุ้นอยู่ในแนวโน้มขาขึ้น ขาลง หรือช่วงที่ทิศทางยังไม่ชัดเจน

2. ช่วยติดตามจังหวะพักตัว

เมื่อราคาย่อตัวกลับมาใกล้กลุ่ม Wave Line นักลงทุนสามารถใช้บริเวณดังกล่าวเป็นจุดเริ่มต้นในการติดตามพฤติกรรมราคาเพิ่มเติม

3. ช่วยประเมินแนวรับ–แนวต้านแบบเคลื่อนที่

ชุดเส้นสามารถใช้เป็นบริเวณอ้างอิงสำหรับสังเกตปฏิกิริยาของราคา แต่ไม่ได้หมายความว่าราคาจะหยุดหรือกลับตัวทุกครั้งเมื่อมาถึงเส้น

4. ใช้ประกอบการเลือกจังหวะลงทุน

นักลงทุนที่เลือกหุ้นจากปัจจัยพื้นฐานแล้ว สามารถนำหุ้นที่สนใจมาเปิดกราฟ Wave Tunnel เพื่อประเมินว่าแนวโน้มราคาสอดคล้องกับแผนการลงทุนหรือไม่

 วิธีใช้งาน Wave Tunnel บน HeroM

นักลงทุนสามารถเปิดใช้งาน Wave Tunnel ผ่านแอป HeroM ได้ตามขั้นตอนดังนี้

ขั้นตอนที่ 1: เปิด HeroM

ขั้นตอนที่ 2: เข้าเมนู Chart  เลือกหุ้นที่ต้องการ

ขั้นตอนที่ 4: กด Indicator

ในหน้า Technical Chart เลือก Indicator เพื่อเปิดหน้าต่าง Technical Tools

ขั้นตอนที่ 5: ค้นหา Wave Tunnel

เลือกหมวด Indicators แล้วพิมพ์คำว่า Wave Tunnel ในช่องค้นหา จากนั้นเลือกอินดิเคเตอร์ที่ปรากฏ

ขั้นตอนที่ 6: วิเคราะห์แนวโน้มราคา

เมื่อ Wave Tunnel แสดงบนกราฟ นักลงทุนสามารถเลือก Timeframe ที่ต้องการ แล้วดูความสัมพันธ์ระหว่างราคาหุ้น Wave Line และ Tunnel Line

ตัวอย่างจากภาพ HeroM เป็นการเปิด Wave Tunnel บนกราฟ ETF ต่างประเทศ โดยมีชุดเส้นแสดงร่วมกับแท่งเทียนเพื่อใช้ประกอบการวิเคราะห์แนวโน้ม

เทคนิคใช้ Wave Tunnel ร่วมกับเครื่องมืออื่น

แม้ Wave Tunnel จะช่วยให้มองเห็นแนวโน้มได้ง่ายขึ้น แต่การวิเคราะห์ไม่ควรใช้ Indicator เพียงตัวเดียว

1. Price Action

ใช้ดูโครงสร้างราคา เช่น Higher High, Higher Low หรือแท่งเทียนกลับตัว เพื่อประเมินว่าพฤติกรรมราคาสอดคล้องกับ Wave Tunnel หรือไม่

2. Volume

ใช้ตรวจสอบปริมาณการซื้อขายประกอบการฟื้นตัวของราคา หรือช่วงที่ราคาปรับตัวผ่านแนวต้าน

3. Multi Timeframe

ใช้กราฟ Weekly เพื่อดูแนวโน้มหลัก แล้วใช้กราฟ Daily เพื่อดูรายละเอียดของจังหวะราคาและช่วงพักตัว

4. แนวรับ–แนวต้าน

นำบริเวณ Wave Line และ Tunnel Line มาพิจารณาร่วมกับแนวรับ–แนวต้านจากโครงสร้างราคา เพื่อประเมินบริเวณที่ควรติดตามเพิ่มเติม

Wave Tunnel เหมาะกับใคร?

Wave Tunnel เหมาะกับนักลงทุนที่ต้องการใช้ Technical Analysis เพื่อประกอบการตัดสินใจ เช่น

  • Trend Following: นักลงทุนที่ต้องการติดตามแนวโน้มหลัก
  • Swing Trading: นักลงทุนที่ต้องการศึกษาจังหวะพักตัวและการฟื้นตัวของราคา
  • Fundamental Investor: นักลงทุนที่เลือกหุ้นจากปัจจัยพื้นฐาน และต้องการดูแนวโน้มราคาก่อนลงทุน
  • นักลงทุนหุ้นไทยและหุ้นต่างประเทศ: ผู้ที่ต้องการใช้ Indicator ช่วยวิเคราะห์กราฟบน HeroM

Wave Tunnel บน HeroM เป็นเครื่องมือวิเคราะห์ทางเทคนิคที่ช่วยให้นักลงทุนมองเห็นแนวโน้มของราคาผ่านชุดเส้นบนกราฟ โดยแบ่งเป็น Wave Line สำหรับติดตามแนวโน้มระยะสั้น–กลาง และ Tunnel Line สำหรับประเมินแนวโน้มหลัก

นักลงทุนสามารถนำ Wave Tunnel มาใช้ประกอบการดูหุ้นขาขึ้น ขาลง และจังหวะพักตัว รวมถึงใช้ร่วมกับ Price Action, Volume และ Multi Timeframe เพื่อวางแผนการลงทุนอย่างเป็นระบบ

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Wave Tunnel

Wave Tunnel คืออะไร?

Wave Tunnel คืออินดิเคเตอร์วิเคราะห์ทางเทคนิคที่ใช้ชุดเส้นบนกราฟ เพื่อช่วยประเมินแนวโน้มขาขึ้น ขาลง และช่วงพักตัวของราคาหุ้น

Wave Line กับ Tunnel Line ต่างกันอย่างไร?

Wave Line ใช้ติดตามแนวโน้มระยะสั้น–กลาง ส่วน Tunnel Line ใช้ประกอบการประเมินแนวโน้มหลักของราคา

Wave Tunnel ใช้กับหุ้นไทยได้หรือไม่?

สามารถเปิด Wave Tunnel บน Technical Chart ของ HeroM เพื่อใช้ประกอบการวิเคราะห์หุ้นไทยได้ โดยควรตรวจสอบการรองรับของสินทรัพย์ในแอปเวอร์ชันที่ใช้งาน

Wave Tunnel ใช้กับหุ้นต่างประเทศได้หรือไม่?

ได้ จากภาพตัวอย่าง HeroM สามารถเปิด Wave Tunnel บนกราฟ ETF ต่างประเทศ เพื่อใช้ประกอบการวิเคราะห์แนวโน้มราคา

Wave Tunnel ใช้หาจังหวะซื้อหุ้นได้หรือไม่?

สามารถใช้ช่วยระบุบริเวณที่ควรติดตาม เช่น ช่วงที่ราคาย่อตัวใกล้ Wave Line ในแนวโน้มขาขึ้น แต่ควรตรวจสอบสัญญาณอื่นประกอบก่อนตัดสินใจ

Back To Top